การถ่ายทอดข่าวร้ายก็เป็นทักษะอย่างหนึ่ง?ในชีวิตการทำงานของเราทุกคน เรามักจะได้รับข่าวสารต่างๆที่ส่งผลกระทบต่องานที่เราทำอยู่ตลอดเวลา เป็นเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกวัน และอาจทำให้การทำงานของเราไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ในบางครั้ง อีกทั้งยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุมอีกด้วย

เมื่อแผนการทำงานเกิดอาการรวน ซึ่งมักจะกระทบกับตารางงานและคุณภาพของงานที่เราทำ ตารางงานที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราต้องแจ้งให้หัวหน้ารับทราบถึงข่าวร้ายที่เกิดขึ้น

การสื่อสารให้หัวหน้าทราบถึงข่าวร้าย หรือเรื่องไม่ดีเป็นงานที่ยาก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้างานของเราด้วย ว่าเป็นคนประเภทไหน ลองอ่านคำแนะนำต่อไปนี้ หากเราต้องเป็นผู้แจ้งข่าวร้ายใดๆ ให้กับหัวหน้าและทีมงานได้รับทราบ…

มองโลกในแง่ดีไว้ก่อน

ผู้อ่านคงแปลกใจ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าข่าวร้าย จะทำใจมองให้เป็นแง่ดีคงยากพอสมควร แต่ถ้าเราคิดในแง่บวกไว้ ผู้รับฟังก็จะมีปฏิกิริยาต่างไปได้นะคะ เช่น ถ้าคุณบอกหัวหน้าว่าคุณมี ?ข่าวร้าย? จะแจ้งให้ทราบ ทัศนคติของหัวหน้าก็อาจจะเป็นไปในเชิงลบไว้ก่อน แต่ถ้าคุณไตร่ตรองเสียก่อนที่จะแจ้งให้หัวหน้าทราบ ว่าข่าวที่คุณจะแจ้งอาจไม่ใช่ข่าวร้าย แต่เป็นการพัฒนาปรับปรุงที่คุณเห็นว่าสามารถเป็นประโยชน์กับโครงการอื่นได้

การมองในแง่บวกหมายความว่า คุณอย่าไปนิยามว่าเป็น ?ข่าวร้าย? แต่ให้มองว่าเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงขอบเขตการทำงานที่คุณกำลังทำอยู่จะดีกว่า หรืออาจจะเป็นข้อมูลที่คุณต้องจัดลำดับความสำคัญเสียก่อน ว่างานไหนควรทำก่อนหรือหลัง และอาจสามารถแจ้งหัวหน้าได้ว่า งานที่ได้รับเพิ่มเติมมาและงานที่มีอยู่ อาจทำให้กำหนดส่งงานต้องยืดออกไปเล็กน้อย หัวหน้าก็จะเข้าใจคุณมากขึ้นนะคะ

จัดข่าวร้ายให้อยู่ในงานที่ต้องทำให้เรียบร้อย

เมื่อคุณได้รับข่าวร้าย ที่ต้องแจ้งให้คนอื่นทราบ ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ และอย่าทำตัวตื่นตระหนกจนออกนอกหน้า หรืออย่าแสดงอาการหงุดหงิดใส่หัวหน้าของคุณเป็นอันขาด หัวหน้ามักจะจำไม่ได้ว่าคุณทำงานอะไรอยู่บ้าง และมีปัญหาอะไรในการทำงานหรือไม่ การจัดข่าวร้ายมาเป็นงานที่ต้องทำให้เสร็จ ก็เหมือนเป็นการต้อง ?แก้ปัญหา? มากกว่าการที่ต้องไปตำหนิคนอื่นๆค่ะ

แจ้งข่าวร้ายแต่เนิ่นๆ

ไม่มีอะไรจะเลวร้ายไปกว่ารอจนวินาทีสุดท้ายแล้วถึงแจ้งข่าวร้ายออกไปนะคะ ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ปัญหาเกิดขึ้น ควรรีบแจ้งหัวหน้าค่ะ เพราะเวลาที่เหลือก่อนที่งานจะเสร็จสมบูรณ์เป็นโอกาสให้คุณได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และทำงานให้เสร็จตรงเวลา ที่สำคัญยังเป็นโอกาสให้หัวหน้าสามารถให้ความช่วยเหลือให้คุณทำงานได้อย่างราบรื่นขึ้นอีกด้วย

เสนอทางแก้ปัญหา

การเสนอทางแก้ปัญหาก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การทำงานของหัวหน้าของคุณด้วยนะคะ เช่น ?ถ้าฝ่ายการตลาดสามารถรับหน้าที่นี้ไป เราก็สามารถทำโครงการนี้ต่อไปได้? หรือ ?ดิฉันสามารถทำงานนี้ให้เสร็จสิ้น หากเพื่อนอีกคนสามารถทำงานอีกส่วนหนึ่งให้เสร็จสิ้นได้เช่นกัน? หัวหน้าคะ คิดว่าความคิดนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ?

ถ้าหัวหน้าเห็นด้วยกับการแก้ปัญหา คุณก็จะเห็นว่าข่าวร้ายก็จะกลายเป็นโอกาสขึ้นมา แต่ถ้าหัวหน้าเป็นพวกฮีโร่ คุณก็แค่ร้องขอความช่วยเหลือ เพราะการเสนอทางแก้อาจทำให้ดูเหมือนว่าคุณรู้ทุกเรื่องมากเกินไปค่ะ

การแจ้งข่าวร้ายอาจจากในครั้งแรก แต่หากทำตามคำแนะนำข้างต้นก็สามารถช่วยพัฒนาทักษะคุณได้นะคะ และคุณก็จะกลายเป็นลูกน้องที่ดี และหัวหน้าก็จะทราบอย่างนั้นด้วยเช่นกันค่ะ