วันก่อนเราได้ส่งบทความเรื่อง “คุณมีข้อเสียตรงไหน? ตอบยังไงให้ดูดีไป” ไปแล้ว วันนี้เราขอแนะนำการตอบอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่ตรงกันข้ามกันนั่นก็คือ???ข้อดี หรือจุดแข็งของตัวคุณคืออะไร??

ทั้งนี้ผู้สมัครหลายท่านอาจจะรู้สึกอึดอัดใจที่จะต้องตอบยกย่องตัวเองว่ามีดีอย่างไร หรือบางท่านอาจจะตอบคำถามตามความเป็นจริงมากๆโดยไม่พยายามทำให้ตัวเองแตกต่างจากผู้สมัครรายอื่นๆก็เป็นได้ ซึ่งวิธีหลังไม่ได้ผลแน่ๆ

คำถามนี้ ว่าที่นายจ้างอาจจะถามออกมาตรงๆ ว่าข้อดีของคุณคืออะไร หรืออาจจะมาในรูปคำถามอ้อมๆ โดยมาในรูปคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรม หากตัวคุณพบว่าคุณมีปัญหาในการตอบคำถามนี้ คุณควรทำอย่างไรเพื่อดึงดูดความสนใจของว่าที่นายจ้างกันดีล่ะ

ลองอ่านคำแนะนำด้านล่างนี้ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณๆหลายคน

รู้จักตัวเอง

คุณจะไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้อย่างดี หากคุณไม่รู้ว่าจุดแข็งจริงๆของคุณคืออะไร ลองให้เวลากับตัวเอง คิดใคร่ครวญและจดรายการความสำเร็จและความสามารถของคุณออกมา? และอาจจะลองถามความเห็นจากเพื่อนร่วมงานที่ผ่านมาของคุณก็ได้ ว่าข้อดีข้อเสียของคุณมีอะไรบ้าง อาจจะลองทำแบบทดสอบเพื่อดูบุคลิก และพรสวรรค์ตามธรรมชาติของคุณด้วยก็ได้

ใช้คำอ้างอิง

หลายๆคนคงระแวดระวังตัวในการจะป่าวประกาศความสามารถของตัวเองออกไปให้ผู้อื่นได้รับรู้ในช่วงการสัมภาษณ์งาน ทั้งที่ ช่วงการสัมภาษณ์งานนี่แหละเหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม มีวิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณบอกข้อดีของคุณได้อย่างง่ายดาย โดยไม่รู้สึกว่าเป็นการอวดตัวเอง นั่นก็คือการอ้างถึงคำพูดของคนๆอื่นๆที่มีความเห็นเกี่ยวกับตัวคุณนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นความเห็นจากเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างานที่เก่า หรือจากการประเมินผลงานของคุณก็ได้

คุณอาจจะตอบไปทำนองว่า ?ในช่วงที่ดิฉันกำลังเตรียมหางานนั้น ดิฉันได้ขอความเห็นจากผู้จัดการและเพื่อนร่วมงานที่ผ่านมาของดิฉันว่า ข้อดี ของดิฉันคืออะไร อีกทั้งดิฉันยังได้ทบทวนการประเมินการทำงานที่ผ่านมา และทำแบบทดสอบการประเมินอีกด้วย และความเห็นที่ดิฉันได้รับมาก็คือ….? การกล่าวอ้างคำพูดของบุคคลอื่นที่มีต่อตัวคุณจะช่วยได้มากเลยทีเดียว เพราะเป็นการแสดงว่าคุณได้มีการเตรียมตัวอย่างดี และการที่บุคคลอื่นกล่าวถึงคุณก็มีน้ำหนักมากขึ้นด้วย

ใช้ตัวอย่าง

หากคุณต้องการจะบอกว่าข้อดีของคุณคือ ?รู้จักบริหารเวลาเป็นอย่างดี? แทนที่จะพูดสั้นๆแค่นั้น คุณอาจจะพูดว่า ?ดิฉันเรียนรู้ที่จะใช้ปฏิทินอย่างคุ้มค่า และจดรายการงานที่ต้องทำไว้กับตัวสม่ำเสมอ เพื่อคอยตรวจดูว่าทำงานได้ตามกำหนดในแต่ละวันหรือไม่ ซึ่งทำให้ดิฉันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น? การตอบโดยยกตัวอย่าง เป็นการอธิบายขยายความว่า การที่คุณบริหารเวลาเป็นนั้น คุณทำอย่างไร การยกตัวอย่างเพื่อแสดงข้อดีของคุณในเชิงปฏิบัติ จะช่วยโน้มน้าวให้ว่าที่นายจ้างเชื่อถือมากกว่าที่จะใช้คำที่เป็นนามธรรม

ออกแบบคำตอบเฉพาะ

ในแต่ละการสัมภาษณ์ที่คุณไป คุณควรจะรู้ว่าว่าที่นายจ้างจะต้องการอะไรบ้าง และออกแบบคำตอบให้ตรงกับที่ว่าที่นายจ้างต้องการมากที่สุด คุณอาจจะมีข้อดีที่คิดไว้ในใจแล้ว แต่หากข้อดีที่คุณคิดไว้ไม่ได้ตรงกับงานที่สมัครก็อาจจะไม่ดึงดูดใจนายจ้างอะไรมากนัก ลองคิดดูว่าข้อดีอะไรที่จะเหมาะกับตำแหน่งที่สมัครมากที่สุด และตอบคำถามโดยการอธิบายจุด แข็งของคุณที่ปรับใช้กับตำแหน่งได้โดยตรง

ตัวอย่างเช่น หากคุณไปสัมภาษณ์ตำแหน่งฝ่ายบัญชี ซึ่งกำลังพัฒนาซอฟท์แวร์สำหรับบัญชีและการเงินอยู่ คุณอาจตอบไปว่า ?ดิฉันทีทักษะด้านการสื่อสารดีมาก? อย่างไรก็ตาม ยังมีคำตอบที่มีประสิทธิภาพมากกว่าคือ ?เพื่อนร่วมงานเก่าของดิฉันบอกว่า ดิฉันสามารถทำขั้นตอนที่เข้าใจบากๆให้ง่ายแก่การเข้าใจ ซึ่งเป็นประโยชน์มากในการติดต่อกับคนภายนอกบริษัท เช่น ไอที เมื่อต้องการอธิบายการทำงานสำหรับระบบใหม่?

และสิ่งสำคัญประการสุดท้ายคือ การเตรียมตัวที่ดี?เพื่อจะตอบคำถามให้ได้ผลดี คุณจำเป็นต้องมีการเตรียมตัว และฝึกฝน ลองเขียนคำตอบไว้ก่อน ฝึกตอบคำถามบ่อยๆ ยิ่งคุณฝึกโดยการออกเสียงออกมามากเท่าไหร่ การตอบคำถามอย่างเป็นธรรมชาติก็จะง่ายขึ้นเท่านั้น