ในการสัมภาษณ์งาน จะมีช่วงเวลากระอักกระอ่วนใจ เมื่อผู้สัมภาษณ์ต้องการให้เราพูดเกี่ยวกับข้อเสียของตัวเอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำถามนี้ทำให้ผู้สมัครหลายๆคนผิดพลาดมาแล้ว เพราะอันที่จริงผู้สัมภาษณ์ถามคำถามนี้เพื่อให้คุณบอกกับเขาว่าเพราะเหตุใดเค้าจึงไม่ควรจะจ้างคุณ และการที่จะบอกข้อเสียที่สุดของคุณไปก็อาจจะทำให้คุณชวดงานนี้ได้ ดังนั้นการเปิดเผยข้อเสียไปเลยก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำ แต่ในทางกลับกัน การที่คุณไม่ตอบคำถามตามความเป็นจริงก็ดูจะไม่ซื่อสัตย์เท่าใดนัก

เรามีข้อแนะนำในการตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเสียของตัวคุณดังนี้

1. เข้าใจก่อนว่าผู้สัมภาษณ์ถามคำถามนี้เพราะต้องการอะไร?

การที่พวกเขาถามคำถามนี้ก็เพื่อดูปฏิกิริยาของคุณ เมื่อคุณรู้สึกเครียด แต่อันที่จริงอาจจะมีบางอย่างที่พวกเขาสนใจอยากรู้จากคำตอบของคุณด้วย

1. คุณจะสามารถรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นอย่างไร
ปฏิกิริยาโต้ตอบเมื่อคุณตกอยู่ในภาวะกดดัน และคุณจะรักษาจิตใจให้สงบอย่างไร

2. ความซื่อสัตย์
คุณสามารถพูดข้อเสียของคุณได้อย่างตรงไปตรงมา แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถประเมินค่าของตัวเองได้อย่างจริงใจ

3. ความถูกต้อง
ไม่ใช่เพียงแค่บอกข้อเสียของตัวเองได้ แต่คุณสามารถรับมือได้อย่างมืออาชีพ

4. พวกเขาจะเสี่ยงที่จะจ้างคุณดีหรือไม่

คุณควรจะจำไว้ด้วยว่า บางทีเขาอาจไม่ได้ใส่ใจกับคำตอบของคุณ แต่อยากที่จะดูว่าท่าทางของคุณเป็นอย่างไร ดูเครียดมากน้อยแค่ไหน เขาจะไว้ใจคุณได้หรือไม่ คุณจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับที่ทำงานได้อย่างไร

เตรียมพร้อมสำหรับการตอบคำถามนี้

1. อย่าตอบว่าคุณไม่มีข้อเสีย เพราะจะทำให้หัวหน้างานคิดว่าคุณเป็นคนยโส ที่ไม่สามารถมองเห็นข้อผิดพลาดของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเขาคิดว่าคุณไม่ซื่อสัตย์ด้วยแล้วล่ะก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่

2. บอกข้อเสียตามความเป็นจริง

เราทุกคนต่างมีข้อเสียกันทั้งนั้น ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ และคุณก็ไม่ควรจะเสแสร้งเป็นคนสมบูรณ์แบบด้วยเช่นกัน การที่คุณสามารถบอกข้อเสียของตัวเอง และพร้อมที่จะหาทางปรับปรุงคือสิ่งที่คุณควรทำ แต่ คุณก็ไม่ควรบอกข้อเสียที่อาจมีผลกระทบโดยตรงกับงานที่คุณสมัครออกไป

3. เลือกข้อเสียที่น้อยที่สุด

คุณควรบอกข้อเสียที่เด่นชัดน้อยที่สุด ที่ไม่กระทบกับงานของคุณ เมื่อบอกข้อเสียแล้ว คุณต้องบอกวิธีการแก้ไขข้อเสียนั้นด้วย เพราะถ้าคุณตอบคำถามได้ดี ไม่เพียงแสดงว่าคุณเป็นคนซื่อสัตย์ แต่ยังหมายถึงว่าคุณยอมรับข้อเสียนั้น และพร้อมที่จะปรับปรุงตัว

ตัวอย่างเช่น ถ้างานที่คุณสมัครไม่ได้เน้นทักษะด้านใดเป็นพิเศษ คุณอาจจะบอกข้อเสียของตัวเองว่าคุณขาดทักษะใด บางทีคุณอาจจะไม่เก่งด้านการคำนวณ คุณก็ควรยอมรับไปตรงๆว่า คุณขาดทักษะด้านนี้ แต่คุณเห็นว่าทักษะนี้มีความจำเป็น และกำลังศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความชำนาญในด้านการคำนวณให้มากยิ่งขึ้น หรือคุณอาจจะบอกว่า ปกติคุณมีความมั่นใจในการพูดจ่อหน้ากลุ่มคน แต่ก็ยอมรับว่าทักษะการนำเสนองานอาจยังไม่สมบูรณ์พร้อม ดังนั้น จึงได้ลงเรียนวิธีการพูดในที่สาธารณะ เพื่อช่วยให้การนำเสนองานเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนี้เป็นต้น

No Body is perfect…เป็นสัจธรรมของทุกคนนะคะ แต่ขอให้เรามีความตั้งใจที่ว่า “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในออฟฟิศแบบแฮปปี้แล้วล่ะค่ะ