หลากความกลัวในการสัมภาษณ์งานครั้งแรก และวิธีพิชิตมัน!

Posted by on Dec 8, 2012 in ชีวิต-งาน | 0 comments

เมื่อได้รับเรียกไปสัมภาษณ์งานเป็นครั้งแรก ทุกคนย่อมเกิดอาการตื่นเต้นเป็นธรรมดา และมีบางคนที่ตื่นเต้นจนถึงขั้นเครียด ลองอ่านคำแนะนำต่อไปนี้ เพื่อจะช่วยให้คุณก้าวข้ามผ่านความกลัวในการสัมภาษณ์งานครั้งแรก และให้คุณพรีเซนต์ตัวเองได้อย่างดีที่สุด

หากกังวลว่าคุณจะไปถึงสาย

คุณควรศึกษาที่อยู่ของบริษัท และเส้นทางการเดินทางล่วงหน้า ว่าจะเดินทางอย่างไรจึงจะสะดวกที่สุด ถ้าข้อมูลการเดินทางในเว็บไซต์บริษัทไม่ชัดเจน ควรโทรสอบถามล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

หากคุณไม่แน่ใจว่าจะสะกดชื่อ หรือออกเสียงชื่อของคนที่คุณต้องเข้าพบถูกต้องหรือไม่

การออกเสียงเรียกชื่อใครสักคนผิด หรือสะกดผิด ถือเป็นความผิดอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องไปสัมภาษณ์งาน ซึ่งคุณต้องการหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด ทางที่ดี ควรโทรหาที่บริษัทเพื่อความชัดเจนดีกว่าออกเสียงผิดๆในการสัมภาษณ์ คุณอาจจะลองเขียนคำอ่านของชื่อที่คุณต้องออกเสียง และลองฝึกออกเสียง 2-3 ครั้งก่อนการเข้าสัมภาษณ์

หากคุณกังวลว่าจะแต่งกายไม่เหมาะสมกับการสัมภาษณ์

เมื่อคุณมีข้อสงสัย ว่าชุดที่จะแต่งไปสัมภาษณ์จะเชยไปไหม หรือเหมาะสมเพียงไร อันที่จริงไม่จำเป็นต้องใส่สูทไปสัมภาษณ์นะคะ เพียงเสื้อเชิ้ตเรียบๆและกระโปรงที่มีความยาวเหมาะสม อาจจะพอดีเข่า หรือคลุมเข่าก็เพียงพอแล้วค่ะ แต่ควรแน่ใจว่ารองเท้าของคุณสะอาดสะอ้าน ถ้าเป็นหนังที่ควรจะมีความเงาก็ควรขัดให้เรียบร้อยด้วยค่ะ และไม่ต้องใส่เครื่องประดับมากเกินไป

หากคุณกังวลว่าจะแสดงความไม่มั่นใจออกมา

เป็นเรื่องธรรมชาติที่จะรู้สึกเครียดเล็กน้อยเมื่อต้องเจอกับคนใหม่ๆ และการถูกสัมภาษณ์ก็ไม่ สามารถสั่นคลอนความมั่นใจพื้นฐานของตัวคุณ ที่มีความสามารถและมีทักษะมากมายที่จะนำเสนอให้กับนายจ้าง คุณควรหาเวลาก่อนการเริ่มสัมภาษณ์เพื่อทบทวนตัวเองว่าคุณมีอะไรจะนำเสนอบ้าง และคุณจะช่วยให้นายจ้างบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร

หากคุณกังวลว่าการจับมือของคุณจะแรงหรือเบาเกินไป

การจับมือทักทายเป็นทักษะอย่างหนึ่ง และคุณสามารถฝึกได้ล่วงหน้า ลองฝึกกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวจนคุณรู้สึกคุ้นเคย ที่ควรทำคือจับมืออย่างหนักแน่นมั่นคง แต่ไม่ต้องบีบมืออีกฝ่ายจนแน่นเกินไป

คุณกังวลว่าลิ้นจะพันกันเมื่อต้องบอกข้อดีข้อเสียของตัวเอง

ก่อนที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์กับว่าที่นายจ้าง ลองศึกษาคำถามที่มักใช้ในการสัมภาษณ์งานและฝึกตอบคำถามเสียก่อน? คุณจำเป็นต้องเตรียมตัวให้ดี แต่หลีกเลี่ยงการท่องจำคำตอบนะคะ

หากคุณกังวลว่าจะจำข้อมูลสำคัญในประวัติการทำงานไม่ได้

ควรนำประวัติการทำงานติดมาด้วยอย่างน้อย 2 ชุด และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการสมัครงาน คุณสามารถอ้างถึงข้อมูลดังกล่าวได้ในการสัมภาษณ์ และถ้าจำเป็น ก็ควรมอบให้นายจ้างไว้สัก 1 ชุด

หากคุณกังวลว่าจะไม่สามารถโน้มน้าวให้นายจ้างเชื่อได้ว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่ง

คุณควรอ่านประกาศรับสมัครงานอย่างละเอียดก่อนที่จะสัมภาษณ์ และลองเขียนออกมาว่าทักษะและความสามารถของคุณเหมาะกับความต้องการของนายจ้างข้อใดบ้าง

หากคุณกังวลว่าจะเข้ากับวัฒนธรรมขององค์กรได้หากได้รับการว่าจ้าง

คุณควรศึกษาข้อมูลบริษัทให้ดีก่อนการสัมภาษณ์ สามารถเช็คข้อมูลได้จากเว็บไซต์บริษัท และลองดูว่าคุณรู้จักใครทำงานที่นั่นหรือไม่ หรือเพื่อนของคุณรู้จักใครทำงานที่นั่นหรือไม่ ถ้ามี คุณจะได้ข้อมูลเชิงลึกประกอบการพิจารณา

หากคุณกังวลว่าจะพูดมากเกินไป น้อยไป หรือพูดผิด

เมื่อการสัมภาษณ์เสร็จสิ้นลง ให้ปล่อยใจให้สบาย เพราะคุณไม่สามารถกลับไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้ หากคุณทำความผิดพลาดอะไรไป ให้เก็บไว้เป็นบทเรียน แต่หากคุณทำดีที่สุดแล้ว ก็ให้ยอมรับว่าคุณทำเต็มที่ เต็มความสามารถ อย่าให้ความผิดพลาดมาบั่นทอนกำลังใจของคุณในการหางานต่อไปค่ะ

 

Read More

อันตราย! เฟซบุ๊คสามารถทำให้คุณโดนไล่ออกได้!

Posted by on Dec 7, 2012 in ชีวิต-งาน | 0 comments

พนักงานหลายคนทราบดีว่า เฟซบุ๊คค่อนข้างเป็นอันตรายต่อที่ทำงานของพวกเขา แต่พนักงานส่วนใหญ่ก็ติดเฟซบุ๊คเหลือเกิน จนกระทั่งไม่แคร์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น การไม่เช็คเฟซบุ๊คในช่วงเวลาทำงานเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นวิธีแก้ปัญหาที่สมเหตุสมผลที่สุดด้วยที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาที่ว่า ?ฉันอาจถูกไล่ออก? แต่ยังมีวิธีอันชาญฉลาดอีกมากที่ยังให้คุณได้ใช้เฟซบุ๊คโดยไม่เจอเจ้านายทำหน้าบึ้ง

ข้อความด้านล่างนี้ เป็นตัวอย่างที่แตกต่างกันที่อาจทำให้คุณฯถูกไล่ออกเพราะเฟซบุ๊ค และทางแก้ปัญหาก็เห็นได้ชัดคือ ?อย่าทำ? นั่นเอง

ตัวอย่างเมื่อเฟซบุ๊คกับงานไม่สามารถรวมกันได้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ก่อนอื่น คุณต้องทราบก่อนว่านี่ไม่ใช่วิธีที่จะหยุดคุณจากการถูกไล่ออก เจ้านาย และเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆยังคงเห็นสิ่งที่คุณโพสต์แม้ว่าคุณจะตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (เช่นอาจจะเดินมาเห็นที่คอมพิวเตอร์ของคุณ หรือเห็นรูปจากเพื่อนของเพื่อน)? อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวก็เป็นการให้โอกาสที่ดีว่าไม่ว่าคุณโพสต์อะไร จะยังคงอยู่นอกออฟฟิศนั่นเอง

พิจารณารูปโปรไฟล์ของคุณ ถ้าคุณคิดว่ารูปของคุณที่ถ่ายกับเพื่อนๆทั้งกลุ่มดูดีที่สุด ก็อย่านำมาตั้งเป็นรูปโปรไฟล์เลย เพราะรูปนี้ใครๆก็สามารถเห็นได้ แม้จะตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ตราบใดที่ไม่ขึ้นรูปตัวเองก็น่าจะปลอดภัยค่ะ

ถ้าคุณโทรมาลาป่วย อย่าเอาแต่เล่นเฟซบุ๊ค เพราะเมื่อคุณบอกว่าลาป่วย ก็อย่าได้โพสต์รูป หรืออัพเดทสถานะที่เพื่อนร่วมงานอาจจะเห็นเข้าได้ แม้ว่าเราทุกคนจะทราบดีว่า การป่วยเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่การจะโพสต์อะไรช่วงที่ป่วยก็ควรหลีกเลี่ยงค่ะ

อย่า ?กดไลค์? คู่แข่ง ถ้าคุณคิดว่าเป๊บซี่ดีกว่าโค้ก แต่คุณทำงานให้โค้ก ก็ไม่ควรกดไลค์ เป๊บซี่

อย่าเอางานมาล้อเล่น หลายคนชอบเอางานมาล้อเล่นบนเฟซบุ๊ค หลายบริษัทมีบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลายมากๆ และมีการจัดงานเลี้ยงให้กับพนักงานอยู่เรื่อยๆ แต่บางครั้งการแกล้งกัน หยอกกันก็สามารถทำให้ผิดใจกันได้ คิดอย่างรอบคอบ และตัดสินใจให้ดีว่าสิ่งที่คุณจะพูดหรือจะโพสต์จะสามารถถูกตีความไปในแง่ร้ายได้หรือเปล่า

อย่าพยายามเป็นจุดเด่น บางบริษัทไม่ชอบให้พนักงานเล่นเฟซบุ๊คไม่ว่าเวลาไหน แต่บางบริษัทก็มีเวลาพักให้พนักงาน และไว้ใจว่าพนักงานคงไม่ใช้เฟซบุ๊คมากเกินไป ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถเล่นได้ตลอดเวลา คุณคงจะรู้ว่าคุณต้องมีความรับผิดชอบ แต่คุณยังคงต้องการปกปิดไม่ให้เจ้านายรู้อยู่ดี การเปิดเฟซบุ๊คในอีกหน้าต่างหนึ่ง จะเป็นวิธีง่ายดายที่คุณสามารถกดเปลี่ยนหน้าต่างได้อย่างรวดเร็ว หรือกดย่อหน้าต่างได้ ถ้าเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานไม่รู้ ก็คงไม่ถือว่าเป็นการทำให้ขุ่นเคืองใช่หรือไม่?

หลีกเลี่ยงการโพสต์รูปออฟฟิศ เป็นความคิดที่ดีที่ไม่ควรโพสต์รูปออฟฟิศไม่ว่ากรณีใดๆ แม้ว่าที่ออฟฟิศจะจัดงานปาร์ตี้ ก็ไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่จะอัพรูปรั่วๆของคนอื่น หรือรูปที่ไม่เหมาะสมขึ้นเฟซบุ๊ค รูปถ่ายสวยๆของคุณกับเพื่อนอาจจะอัพขึ้นได้ แต่ควรหลีกเลี่ยง ภาพที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มมึนเมา

หลายๆคนคงยอมรับว่าการติดเฟซบุ๊คสามารถเกิดขึ้นได้ และการติดก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายมากนัก เพียงแค่ต้องระวัง และพยายามเตือนตัวเองว่าเล่นมากไปอาจทำให้เสียงานได้

 

Read More

หาของขวัญให้เพื่อนร่วมงานควรปฏิบัติอย่างไร?

Posted by on Dec 5, 2012 in ชีวิต-งาน | 0 comments

ใกล้จะปีใหม่แล้ว หลายๆคนคงเริ่มคิดแล้วว่าจะหาอะไรเป็นของขวัญให้เพื่อนๆกันดีใช่ไหมคะ การที่หาของขวัญได้เหมาะสมกับเพื่อนร่วมงานเป็นวิธีที่ดีที่จะได้คะแนนความประทับใจเพิ่มเติมค่ะ แต่ในบางครั้งของขวัญที่เราคิดไว้อาจจะไม่เหมาะสมก็ได้นะคะ ดังนั้น ลองอ่านคำแนะนำต่อไปนี้ ว่าควรเลือกของขวัญแบบไหนให้เพื่อนร่วมงานที่รักของเรากันค่ะ

ควรจัดงาน

ปีนี้ หากบริษัทไหนยังไม่เคยจัด ก็น่าจะลองจัดงานแลกเปลี่ยนของขวัญกันในที่ทำงาน หรือที่เรียกว่าจับสลากไงคะ การจัดงานจับสลากกันในบริษัทก็เป็นการเชิญชวนเพื่อนร่วมงานให้เข้าร่วมกิจกรรม ฉลองเทศกาลวันหยุดด้วยกัน

ควรเข้าร่วม

เว้นเสียแต่ว่า งบประมาณของคุณไม่เพียงพอ หรือมีกิจกรรมทางศาสนาที่ต้องเข้าร่วม คุณควรจะเข้าร่วมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนของขวัญในออฟฟิศค่ะ เพราะการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวก็แสดงให้เห็นว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของทีม และเป็นผู้ร่วมทีมที่ดีเช่นกัน แต่พยายามอย่าตัดสินเพื่อนคนอื่นที่ไม่ได้มาร่วมงานเพราะเหตุผลส่วนตัวของเขานะคะ เพราะอาจจะมีเรื่องความเชื่อทางศาสนา หรือธรรมเนียมปฏิบัติประจำบ้านของเขาเองก็ได้ค่ะ

ควรเลือกของขวัญแบบเฉพาะเจาะจง

อย่าซื้อของทั่วไป หรือของไม่มีประโยชน์ให้เพื่อนร่วมงานเพียงเพราะว่ามันกำลังลดราคาค่ะ ลองคิดสักนิดว่าของขวัญที่จะให้แต่ละคนนั้น เหมาะกับความสนใจของผู้รับหรือเปล่า เพราะการที่เตรียมของขวัญไว้เป็นอย่างดีจะสร้างความประทับใจให้กับผู้รับ และพวกเขาจะจดจำคุณได้ดีกว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ

ควรห่อให้เรียบร้อย

ไม่ควรจะให้ของขวัญในการใส่ลงในถุงเฉยๆ แต่ควรจะห่อของขวัญให้เรียบร้อย ผูกโบว์บนกล่องของขวัญด้วยจะดีมาก เพราะนอกจากจะสร้างความประทับใจให้ผู้รับแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าคุณได้ใส่ใจกับของขวัญชิ้นนั้นเป็นอย่างดี

ควรทำของขวัญด้วยตัวเอง

ของขวัญทำเอง อย่างเช่นอาหารที่ทำเองก็สามารถนำเป็นของขวัญได้เช่นกันนะคะ เช่นบลูเบอร์รี่ชีสพาย หรือคุกกี้ ก็เป็นของขวัญที่ราคาไม่สูงนักและประทับใจผู้รับด้วยค่ะ

ไม่ควรให้ทุกคน

อย่าคิดว่าจำเป็นต้องให้ของขวัญทุกคนในบริษัทค่ะ เลือกให้เฉพาะเพื่อนของคุณ หัวหน้างาน และผู้บริหารก็พอ จะได้ช่วยให้คุณควบคุมงบในการซื้อของขวัญได้ด้วย และยังป้องกันความขัดเขินที่ต้องให้ของขวัญคนที่คุณไม่รู้จัก

ไม่ควรเอาของขวัญที่ได้มาให้คนอื่นต่อ

ถ้าคุณมีของขวัญที่ได้รับมาแล้ว และยังไม่ได้แกะ ก็ไม่ควรจะเอาของขวัญชิ้นนั้นให้เพื่อนร่วมงานนะคะ ลองคิดดูว่าขนาดคุณยังไม่แกะของขวัญเลย แล้วเพื่อนจะอยากได้ของขวัญชิ้นนี้เหรอ

อย่าใช้จ่ายมากเกินไป

ถ้าคุณวางแผนไว้แล้วว่าคุณมีงบในการซื้อของขวัญปีใหม่เท่าไหร่ ก็ควรใช้เงินให้อยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ เพราะหากใช้เกินกว่าที่ตัวเองกำหนดไว้ ก็เท่ากับทำให้คนอื่นต้องใช้เงินไปกับค่าของขวัญเพิ่มขึ้นด้วย

ขอให้ทุกคนสนุกกับเทศกาลปีใหม่ค่ะ

 

Read More

เรียนรู้เคล็ดลับชีวิตที่มีสุขจาก ?เซอร์ ริชาร์ด แบรนด์สัน?

Posted by on Dec 4, 2012 in ชีวิต-งาน | 0 comments

 

เซอร์ ริชาร์ด แบรนด์สัน คือ สมาชิกคนแรกในเว็บ Linkedin.com (เว็บโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กสำหรับคนทำงานและหางาน) ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน

ถึงตอนนี้น้อยคนที่จะไม่รู้จักหนุ่มใหญ่เจ้าเสน่ห์ที่เป็นมหาเศรษฐีที่หลุดโลกที่สุดคนหนึ่ง เคยแต่งตัวเป็นหญิงสาวเซ็กซี่เพื่อเปิดตัวสายการบินใหม่ ปัจจุบันได้ทำธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนนั่นคือ ธุรกิจพาคนขึ้นเครื่องบินยานอวกาศไปเที่ยวนอกโลก และไม่ว่าธุรกิจใดๆ เขาใช้ชื่อเดิมก็คือ “เวอร์จิ้น (Virgin)?

ที่เว็บนี้เขาได้โพสต์บทความมากมายเกี่ยวกับคำแนะนำในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยจุดใหญ่ที่สุดที่พาเขามาถึงวันนี้คือ ทำสิ่งที่ตัวเองรัก สนุกกับสิ่งที่ทำ ทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง เดี๋ยวเงินก็ตามมาเอง…

แน่นอนว่าความสำเร็จและเงินตรา นำมาซึ่งความสุข แต่ความหมายของความสุขและความรู้สึกที่ได้มาซึ่งความสุข ยังหาได้จากอีกหลายทาง เช่น เพื่อนดี ครอบครัวแข็งแกร่ง ความรักหอมหวาน ฯลฯ

ฉะนั้นหาให้เจอว่าความสุขของคุณคืออะไร? แต่เชื่อเถอะว่ามนุษย์เราทุกคนไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าการทำงานแบบครอบครัวที่หมายถึงการเห็นเพื่อนร่วมงานเป็นพี่ เป็นน้องที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน เป็นสิ่งที่ทำให้องค์กรก้าวหน้าไปได้ ถึงคราวเหนื่อย เราเหนื่อยไปด้วยกัน เจอปัญหาร่วมกันฝ่าฝัน และเมื่อสำเร็จเราก็จะฉลองไปด้วยกัน

สุดท้ายเขายังแนะนำเคล็ดลับเล็กๆ แต่ได้ผลสำหรับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ 5 ประการ ได้แก่

- ฟังมากกว่าพูด – ฟังแล้วเราจะเข้าใจ เข้าใจเราก็ได้เรียนรู้

- ทำทุกอย่างให้ง่ายเข้าไว้ – การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในธุรกิจอาจนำมาซึ่งตลาดใหม่ และรายได้ใหม่ๆ ก็ได้ ฉะนั้นไม่ต้องเสียเวลาที่ทำงานยากๆ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกนี้

- ภูมิใจในงานที่ทำ – ยิ่งภูมิใจในผลงานตัวเองเท่าไหร่ ก็ย่อมดูแลลูกค้า และอยากให้พวกเขาใช้ผลิตภัณฑ์ของเรามากยิ่งขึ้นเท่านั้น

- สนุกกับชีวิตที่ทำ แล้วความสำเร็จจะตามมา – ชีวิตสั้น โปรดจงคิดแต่แง่บวก

- ล้มแล้วรีบลุก – ทุกคนล้วนล้มเหลวมาแล้วทั้งนั้น หาให้เจอว่าได้เรียนรู้อะไร เราทำอะไรผิดตรงไหน จากน้ั้นก็จะเจอวิธีที่จะพัฒนามัน ต่อจากนี้จะเริ่มใหม่สักกี่ครั้งก็ยังได้

ขอปิดท้ายด้วยคลิปประวัติชีวิตและธุรกิจของเซอร์ ริชาร์ด แบรนด์สัน

 

 

Read More

ต่อกรอย่างไรกับตัวแสบในออฟฟิศ

Posted by on Dec 2, 2012 in ชีวิต-งาน | 0 comments

- ให้งานมากมายโดยไม่ดูว่าเรามีงานอะไรบ้าง?

- ใช้ให้เราไปทำโน่นทำนี่นอกเหนือจากงาน

- พูดตอกหน้าเราในที่ประชุม ทำให้เราตัวลีบกว่ากุ้ง

- ตะโกนตำหนิเราแรงๆ ให้คนทั้งออฟฟิศฟัง

หลายครั้งคุณจะพบว่าคนแรงๆ ที่มีกริยาเหล่านี้มักจะเป็นคนเก่าแก่ในออฟฟิศ ทำไมเขายังอยู่ได้จนถึงวันนี้ เรามีคำตอบให้คุณพร้อมคำแนะนำในการต่อกรกับคนเยอะๆ ในออฟฟิศได้ค่ะ

หาจุดเด่นของเขาให้เจอ

ฉะนั้นถึงแม้เขามีแง่ลบ แต่เชื่อเถอะว่าแง่บวกของเขาแกร่งกว่า (จนทำให้เขาอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้) ดังนั้นควรใช้ความพยายามอย่ายิ่งในการหาจุดเด่น และแง่ดีของเขาให้พบ และเรียนรู้จากจุดนั้น เช่น ติงานคุณมากมาย เพราะมีเป้าหมายเดียวคือ ให้งานออกมาดีที่สุด ดังนั้นจะเห็นว่าคนเหล่านี้ทุ่มเทกับงานจริงๆ เหมือนเป็นลูกของตัวเอง อยู่ดึกดื่น ปรับแก้จนกว่าจะเพอร์เฟกต์ ดังนั้นโปรดมองให้ลึกถึงการทำงานของเขามากกว่านิสัยเสียๆ ของเขา เพราะงานก็คืองาน อย่านำเป็นเรื่องส่วนตัว

ไม่ปะทะ

ไฟกับไฟ ยิ่งก็ให้เกิดเพลิงไหม้ ดังนั้นการต่อกรกับพวกคนแสบๆ ดีที่สุดคือ ทำตัวให้เหนือกว่าเขา ใช้สติควบคุม เมื่อเขารู้ว่าปั่นหัวหรือแกล้งคุณไม่ได้อีกต่อไป ก็จะเลิกก่อกวนไปเอง

ปล่อยใจตัวเองให้ไม่เครียด

หลังจากเจอวันหนักๆ การออกไปดื่มให้เมามายยิ่งเป็นการทำร้ายตัวเองซ้ำสอง ขอให้เปลี่ยนไปเป็นการออกกำลังกาย ช่วยพักผ่อนสมองได้อย่างไม่น่าเชื่อ ได้ไปเจอสภาพแวดล้อมใหม่ๆ เห็นโลกสีเขียวๆ สักครึ่งชั่วโมงก็ทำให้เราลืมเรื่องปวดหัวไปได้ค่ะ

เล่าให้คนที่ไว้ใจฟัง

หลายครั้งที่เราเล่าเรื่องลำบากใจให้คนที่สนิทที่สุดฟัง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง หรือแฟน ก็จะทำให้พวกเขาเข้าใจในสถานการณ์ของคุณ ฟังคำแนะนำจากพวกเขา เพราะเขาเหล่านี้คือคนที่ปรารถนาดีที่สุดสำหรับคุณ

ขอปิดท้ายด้วยภาพยนตร์เรื่อง Mean Girls ที่รวมเอาสาวตัวแสบไว้ด้วยกันและลองมาดูว่าแต่ละคนจะมีวิธีจัดการกับความเยอะของพวกเธออย่างไร?

Read More

10 บริษัทเงินเดือนดีที่สุดแห่งศควรรษที่ 21 (ตอนที่ 1)

Posted by on Nov 28, 2012 in ชีวิต-งาน | 0 comments

เรามาดูกันว่าบริษัทที่มีความสามารถดึงดูดใจพนักงานด้วยเงินเดือนที่สูงแล้ว เขายังใช้เทคนิคแปลกๆ อะไรในการมัดใจพนักงานที่เป็นวันทำงานได้อย่างอยู่หมัด

อันดับ 10 ตกเป็นของกูเกิล ที่จ่ายเงินเดือนเฉลี่ย 215,000 บาท/เดือน

กูเกิลเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในและนอกวงการอินเตอร์เน็ต ทั้งยังเป็นบริษัทที่มีคนรุ่นใหม่ร่วมทำงานกว่าที่ไหนๆ (11.37%) และกว่า 80% ของพนักงานพึงพอใจในงานของตัวเอง เพราะนอกเหนือจากงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะเฉพาะด้านแล้ว สวัสดิการที่นี่ยังดีเหลือหลาย ทั้งทานข้าวทุกมื้อฟรีตลอดวัน มีสนามเด็กเล่น เรียกหมอมาตรวจได้ถึงห้องทำงาน ปรึกษาทนายฟรี ฯลฯ

?อันดับ 9 ได้แก่ อินเทล จ่ายเงินเดือนเฉลี่ย 216,000 บาท/เดือน

อินเทลเป็นบริษัทผลิตชิปคอมพิวเตอร์่ที่เก่าแก่ และมีมาตรฐานการทำงานที่ค่อนข้างสูงและไฮเทค แต่ก็ยังยืดหยุ่นสำหรับวัยรุ่นที่ไม่ต้องใส่สูทแต่กลับสามารถประชุมด้วยชุดสบายๆ ผ่านเว็บแคม และมีระบบแบ่งงานกันทำกับเพื่อน เพื่อลดความเครียดอีกด้วย นอกจากนี้พนักงานของที่นี่กว่า 72% ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจว่างานที่พวกเขาทำนั้นมีความหมายต่อสังคม

อันดับ 8 Goldman Sachs Group, Inc จ่ายเงินเดือนเฉลี่ย 217,000 บาท/เดือน

นอกเหนือจากให้พนักงานลาพักได้ 3 สัปดาห์ติดแล้ว ยังสามารถเรียกรถพยาบาลมาดูแลถึงห้องในออฟฟิศได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคใดๆ เช่น วันมามากของผู้หญิง ต้องการบำบัดร่างกาย หรือ แม้กระทั่งหาหมอศัยยกรรมกระดูก นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการดูแลพ่อแม่และลูกๆ ของพนักงานแต่ละคนด้วย? 47% ของพนักงานที่นี่เป็นคนรุ่นใหม่ Gen Y

?อันดับ 7 คือ ConocoPhillips Company จ่ายเงินเดือนเฉลี่ย 219,000 บาท/เดือน

บริษัทผู้นำด้านการขุดเจาะน้ำมันและแก๊สธรรมชาติแห่งนี้นอกเหนือจากสวัสดิการที่บริษัทอื่นมีแล้ว ที่นี่ให้บริการโค้ชควบคุมน้ำหนัก โค้ชช่วยเลิกบุหรี่ และบริหารจัดการความเครียด โดยกว่า 80% ของพนักงานที่นี่พึงพอใจในตำแหน่งและงานของตน

อันดับที่ 6 ได้แก่ อีเบย์ จ่ายเงินเดือนเฉลี่ย 224,000 บาท/เดือน

ที่นี่อำนวยความสะดวกพนักงานถึงขั้นใช้บริการซักเสื้อผ้าฟรี พร้อมส่งชุดสะอาดและใหม่ถึงประตูบ้าน รวมถึงสามารถโทรสั่งให้คนมาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้ถึงรถฟรีๆ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรออนไลน์ให้พนักงานศึกษาด้วยตัวเองอีกด้วย โดย 92% ของพนักงานชอบที่บริษัทมีการจัดการที่ยืดหยุ่น และ 70% พึงพอใจในการงานของตน

ติดตามอ่านบทความต่อไปที่จะพูดถึง 1-5 บริษัทที่จ่ายเงินเดือนดีที่สุดในอเมริกากันต่อค่ะ

Read More