แจ้งข่าวร้าย…ทำอย่างไรไม่ให้ยุ่งเหยิง

Posted by on Oct 30, 2012 in เคล็ดลับการทำงาน | 0 comments

การถ่ายทอดข่าวร้ายก็เป็นทักษะอย่างหนึ่ง?ในชีวิตการทำงานของเราทุกคน เรามักจะได้รับข่าวสารต่างๆที่ส่งผลกระทบต่องานที่เราทำอยู่ตลอดเวลา เป็นเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกวัน และอาจทำให้การทำงานของเราไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ในบางครั้ง อีกทั้งยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุมอีกด้วย

เมื่อแผนการทำงานเกิดอาการรวน ซึ่งมักจะกระทบกับตารางงานและคุณภาพของงานที่เราทำ ตารางงานที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราต้องแจ้งให้หัวหน้ารับทราบถึงข่าวร้ายที่เกิดขึ้น

การสื่อสารให้หัวหน้าทราบถึงข่าวร้าย หรือเรื่องไม่ดีเป็นงานที่ยาก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้างานของเราด้วย ว่าเป็นคนประเภทไหน ลองอ่านคำแนะนำต่อไปนี้ หากเราต้องเป็นผู้แจ้งข่าวร้ายใดๆ ให้กับหัวหน้าและทีมงานได้รับทราบ…

มองโลกในแง่ดีไว้ก่อน

ผู้อ่านคงแปลกใจ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าข่าวร้าย จะทำใจมองให้เป็นแง่ดีคงยากพอสมควร แต่ถ้าเราคิดในแง่บวกไว้ ผู้รับฟังก็จะมีปฏิกิริยาต่างไปได้นะคะ เช่น ถ้าคุณบอกหัวหน้าว่าคุณมี ?ข่าวร้าย? จะแจ้งให้ทราบ ทัศนคติของหัวหน้าก็อาจจะเป็นไปในเชิงลบไว้ก่อน แต่ถ้าคุณไตร่ตรองเสียก่อนที่จะแจ้งให้หัวหน้าทราบ ว่าข่าวที่คุณจะแจ้งอาจไม่ใช่ข่าวร้าย แต่เป็นการพัฒนาปรับปรุงที่คุณเห็นว่าสามารถเป็นประโยชน์กับโครงการอื่นได้

การมองในแง่บวกหมายความว่า คุณอย่าไปนิยามว่าเป็น ?ข่าวร้าย? แต่ให้มองว่าเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงขอบเขตการทำงานที่คุณกำลังทำอยู่จะดีกว่า หรืออาจจะเป็นข้อมูลที่คุณต้องจัดลำดับความสำคัญเสียก่อน ว่างานไหนควรทำก่อนหรือหลัง และอาจสามารถแจ้งหัวหน้าได้ว่า งานที่ได้รับเพิ่มเติมมาและงานที่มีอยู่ อาจทำให้กำหนดส่งงานต้องยืดออกไปเล็กน้อย หัวหน้าก็จะเข้าใจคุณมากขึ้นนะคะ

จัดข่าวร้ายให้อยู่ในงานที่ต้องทำให้เรียบร้อย

เมื่อคุณได้รับข่าวร้าย ที่ต้องแจ้งให้คนอื่นทราบ ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ และอย่าทำตัวตื่นตระหนกจนออกนอกหน้า หรืออย่าแสดงอาการหงุดหงิดใส่หัวหน้าของคุณเป็นอันขาด หัวหน้ามักจะจำไม่ได้ว่าคุณทำงานอะไรอยู่บ้าง และมีปัญหาอะไรในการทำงานหรือไม่ การจัดข่าวร้ายมาเป็นงานที่ต้องทำให้เสร็จ ก็เหมือนเป็นการต้อง ?แก้ปัญหา? มากกว่าการที่ต้องไปตำหนิคนอื่นๆค่ะ

แจ้งข่าวร้ายแต่เนิ่นๆ

ไม่มีอะไรจะเลวร้ายไปกว่ารอจนวินาทีสุดท้ายแล้วถึงแจ้งข่าวร้ายออกไปนะคะ ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ปัญหาเกิดขึ้น ควรรีบแจ้งหัวหน้าค่ะ เพราะเวลาที่เหลือก่อนที่งานจะเสร็จสมบูรณ์เป็นโอกาสให้คุณได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และทำงานให้เสร็จตรงเวลา ที่สำคัญยังเป็นโอกาสให้หัวหน้าสามารถให้ความช่วยเหลือให้คุณทำงานได้อย่างราบรื่นขึ้นอีกด้วย

เสนอทางแก้ปัญหา

การเสนอทางแก้ปัญหาก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การทำงานของหัวหน้าของคุณด้วยนะคะ เช่น ?ถ้าฝ่ายการตลาดสามารถรับหน้าที่นี้ไป เราก็สามารถทำโครงการนี้ต่อไปได้? หรือ ?ดิฉันสามารถทำงานนี้ให้เสร็จสิ้น หากเพื่อนอีกคนสามารถทำงานอีกส่วนหนึ่งให้เสร็จสิ้นได้เช่นกัน? หัวหน้าคะ คิดว่าความคิดนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ?

ถ้าหัวหน้าเห็นด้วยกับการแก้ปัญหา คุณก็จะเห็นว่าข่าวร้ายก็จะกลายเป็นโอกาสขึ้นมา แต่ถ้าหัวหน้าเป็นพวกฮีโร่ คุณก็แค่ร้องขอความช่วยเหลือ เพราะการเสนอทางแก้อาจทำให้ดูเหมือนว่าคุณรู้ทุกเรื่องมากเกินไปค่ะ

การแจ้งข่าวร้ายอาจจากในครั้งแรก แต่หากทำตามคำแนะนำข้างต้นก็สามารถช่วยพัฒนาทักษะคุณได้นะคะ และคุณก็จะกลายเป็นลูกน้องที่ดี และหัวหน้าก็จะทราบอย่างนั้นด้วยเช่นกันค่ะ

 

Read More

เปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นข้อมูลที่ทรงคุณค่า

Posted by on Oct 22, 2012 in เคล็ดลับการทำงาน | 0 comments

 

เกือบทุกโครงการจะมีการทำงานอย่างง่ายๆ 3 สเต็ป นั่นคือ วางแผน เลือกเฉพาะทางที่ดีที่สุด และลงมือทำ แต่ระหว่างที่ลงมือทำนี่แหละที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากมาย และแถมยังมีปัจจัยพิเศษที่โผล่ขึ้นมาอยู่เนืองๆ นั่นคือ ?อุปสรรค? ซึ่งมักจะเกิดทั้งที่เราคาดและไม่คาดคิดไว้

ดังนั้นเมื่อเกิดอุปสรรคขึ้นกับงาน ทำอย่างไรที่เราจะนำมาเป็นเครื่องมือเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จได้ ลองอ่านแนวคิดต่อไปนี้ดูนะคะ

1. เริ่มต้นทีละสเต็ปอย่างช้าๆ: ควรวางแผนงานที่มีเป้าหมายหลักชัดเจนใน 1 ครั้งหรือ 1 วันในการทำงาน (อาจจะปรับได้ตามความเหมาะสมของระยะเวลาของโครงการทั้งหมด) เพราะเราได้ลงมือทำก่อน เพราะพบความผิดพลาดหรืออุปสรรคใหม่จะได้เปลี่ยนได้ทัน

2. มองกลับมา: ทุกครั้งที่ลงมือในเป้าหมายใหม่ๆ แล้ว ให้กลับมาประเมินผลสิ่งที่ทำนั้นด้วย อาจจะทำเป็นตารางในเอ็กเซลล์ เพื่อระบุถึง กิจกรรมที่ทำ เป้าหมาย ผลลัพธ์ ประเมินผล

เช่น แจกสินค้าตัวอย่าง ถึงมือผู้รับกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานบริษัท 500 คน ลองดูว่ายอดขายสินค้านั้นใน 3 วัน ณ ร้านสะดวกซื้อบริเวณนั้นขึ้นหรือไม่ ถ้าขึ้นก็ประเมินผลได้ว่าผ่าน แต่ถ้าไม่ผ่านก็ทำตัวแดงเอาไว้ เพื่อที่จะได้กลับมาวิเคราะห์อีกครั้ง รวมถึงสอบถามกับทีมงานเพืื่อหาทางแก้ไขต่อไป

3. เริ่มการทดลองใหม่ในโอกาสหน้า: หากกลับไปประเมินผลวิธีที่ทำแล้วไม่สำเร็จ ก็หาวิธีการใหม่ อาจจะเป็นการปรับตัวเลขการแจกมากขึ้น เปลี่ยนเวลาการแจกเป็น 2 กะ หรือทำการเดินขบวนก่อน แล้วค่อยแจก เพื่อสร้างสีสัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ ?ทดสอบดูว่า? การทดลองครั้งใหม่เป็นอย่างไร?

4. มีกรอบเวลาชัดเจน: งานโครงการหนึ่งๆ เราสามารถแบ่งซอยกรอบเวลาให้แคบลงไปอีก เพื่อทดลอง ติดตาม และประเมินผล เพราะกรอบเวลานี้เองจะช่วยให้เราไม่จมปลักกับมันมากเกินไป เช่น เป้าหมายต้องให้ได้ยอดขายขึ้น 8% แต่พอทำหลายๆ วิธีใน 15 วันแล้วยังได้ 6% การนำเหตุผลมาเขียนอธิบายก็เชื่อว่าทางบริษัทต้องเข้าใจ เพราะเห็นชัดเจนว่าคุณได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อถึงเป้านั้นแล้ว แต่อย่างไรก็ดี เพื่อให้งานใหม่ๆ ได้เดินต่อไป กรอบเวลาจะช่วยเป็นตัวเตือนให้กับคุณว่า ?เชิญไปต่อ? กับโครงการอื่นๆ ได้แล้ว

คุณอาจจะเคยได้ยินคำแนะนำจากผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมากมายที่บอกสั้นๆ ถึงที่มาของจุดยืนบนยอดเขาของพวกเขาในวันนี้ก็คือ อึด…และอึด อย่างเดียว!

ขอปิดท้ายที่ตัวอย่างหนังที่ได้รางวัลออสการ์ที่เล่าเรื่องชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อสู่กับความถูกต้องที่หาได้ยาก และต้องผ่านอุปสรรคนานับประการกว่าที่เธอจะสำเร็จ นั่นคือ?Erin Brockovich นั่นเอง

Read More

ทำอย่างไรให้เป็นนักคิด?

Posted by on Oct 21, 2012 in เคล็ดลับการทำงาน | 0 comments

 

ไม่ว่างานใดๆ ก็ต้องใช้อวัยวะชิ้นสำของร่างกายนั่นคือ ?สมอง? ในการคิด แต่คุณอาจจะได้ยินหลานคนบ่นว่าคิดไม่เก่ง ไม่ชอบคิด อาจจะเป็นเพราะคุณยังคิดไม่เก่งก็ได้ เราจึงอยากแนะนำวิธีสำคัญที่จะช่วย ?ฝึกฝนการคิด? ให้กับคุณ เพื่อที่จะได้ทั้งบริหารสมอง ได้ทั้งองค์ความรู้ ซึ่งจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นในตนเองในที่สุด เชื่อเถอะว่าเมื่อคุณได้ทั้งหมดนี้ คุณจะรู้สึกว่าคุณเป็นคนพิเศษเลยทีเดียว

เริ่มต้นทักษะการคิดกันเลย…

1. ฟังเพลงเพราะๆที่ตัวเองชอบ : เวลาผ่อนคลายมักจะทำให้คนเราสมองปลอดโปร่ง ดังนั้นเมื่อไหร่ที่รู้สึกตันๆ ควรเปิดเพลงฟัง โดยเฉพาะเพลงแจ๊ส และเพลงคลาสสิกจะช่วยให้คุณสบายหูและจิตใจมากยิ่งขึ้น

2. ระดมสมอง: คิดคนเดียวหรือจะสู้มีคนอื่นช่วยคิด? เมื่อไหร่ที่มีไอเดียอะไร หรือมีคำถามใดๆ ที่ยังติดนอกจากจะถามเพื่อนๆรอบตัวแล้ว การเข้าหากูเกิล เพื่อดูเว็บบอร์ดต่างๆ ว่าแต่ละคนมีประเด็นอะไรที่คุณกำลังค้นหาอยู่ ก็จะช่วยให้ได้ข้อมูลรอบด้านมากยิ่งขึ้น และเคล็ดลับง่ายๆ สำหรับการค้นหาข้อมูลในเว็บบอร์ดจากกูเกิล ก็คือ พิมพ์หัวข้อที่ตัวเองต้องการ จากนั้นแถบหมวดใต้คำว่าค้นหา ให้กดปุ่ม ?เพิ่มเครื่องมือ? จากนั้นก็จะเห็นหัวข้อ ?การสนทนา? ก็เป็นการแสดงผลลัพธ์เฉพาะจากเว็บบอร์ดเท่านั้น และไม่เพียงแต่การฟังคนอื่นพูด คุณอาจจะตั้งคำถามหรือร่วมแสดงความคิดเห็นก็ได้ เพราะเมื่อใดที่มีคนมาตอบในความเห็นของคุณต่อ การสร้างองค์ความรู้ก็จะเกิดขึ้นทันที

3. พยายามพกสมุดติดตัว: เมื่อไหร่ที่มีไอเดียอะไรเด้งขึ้นมา โปรดจำไว้ว่ามันมีค่าเสมอ และควรอย่างยิ่งที่จะจดไว้ ไม่ว่าจะในสมุดจิ๋ว หรือบนแอปฯโน้ต ของมือถือก็ได้ หรือจะลงแอปฯ สำหรับจดโน้ตโดยเฉพาะ ซึ่งเราก็ขอแนะนำแอปฯชื่อว่า Evernote มีให้โหลดฟรีทุกระบบปฏิบัติการ อ่านรีวิว Evernote ได้ที่นี่

4. เริ่มต้นที่จะเขียน: เมื่อคุณคิด และมีไอเดียดีๆ มากมายแล้ว การนำไอเดียเหล่านั้นออกจากสมุดจดมาแบ่งปันให้คนอื่นรับรู้บ้างก็จะเป็นการดี และตอนนี้ก็มีเว็บไซต์มากมายที่ช่วยให้คุณแสดงออกถึงประเด็นดีๆ ในสมองของคุณ เราขอแนะนำ ?ทวิตเตอร์? ที่คุณเพียงพิมพ์ข้อความสั้นๆ ก็สามารถจะโพสต์ขึ้นเว็บได้ทันที ลองมาดูกันว่าหลังจาก 10 วันผ่านไปที่คุณได้โพสต์ไอเดียดีๆ แล้ว มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นกี่คน!

นอกจากคิดเก่งแล้วยังมีเทคนิคการจำเล็กๆ น้อยๆ มาฝากกันด้วยค่ะ เริ่มจาก…

- จำทีละน้อยๆ และบ่อย ๆ

- ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของร่ายกายเราช่วยจำสิ่งนั้น เช่น ดูรูปทรง จำรายละเอียดรสอาหารด้วยการสูดกลิ่นเข้าไปแรงๆ

- พยายามใช้ตัวย่อ หรือคำคล้องจอง ก็จะช่วยให้คำได้ง่ายยิ่งขึ้น

?ขอปิดท้ายด้วยตัวอย่างหนังเรื่อง THE SHAWSHANK REDEMPTION

ที่พระเอกเป็นนักครุ่นคิดตัวยง ทั้งมีหนังสือเล่มเล็กติดพกติดตัวเพื่อจดข้อมูลต่างๆ ตลอดเวลา และไม่น่าเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว สมองและหนังสือเล่มนี้จะพาเขาออกไปสู่อิสระภาพได้

Read More

3 เคล็ดลับการส่งอีเมล์…ยุ่งแค่ไหนก็ต้องเปิดอ่าน

Posted by on Oct 15, 2012 in เคล็ดลับการทำงาน | 0 comments

เป็นเรื่องจริงที่เราไม่สามารถตามงานได้บ่อยๆ เพราะหลายครั้งที่ถามความคืบหน้าจากอีกฝ่าย กลับตอบว่า ?ขอโทษที ยุ่งมาก ยังไม่ได้เช็กเมล์เลย? ดังนั้นจะทำอย่างไร? ให้คนยุ่งๆ ทุกๆ คนบนโลกอ่านอีเมล์เรื่องงานที่คุณส่งถึงพวกเขา ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ

?1. หัวเรื่องเมล์ สำคัญกว่าสิ่งใด

ลองปราดสายตาไปดูในหน้าเว็บ จอมือถือ หรืออุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่คุณใช้อ่านอีเมล์ 2 สิ่งแรกที่จะเห็นก็คือ ชื่อผู้ส่ง และหัวเรื่อง ดังนั้นหากชื่อของคุณถูกละเลยไป อย่างน้อย หัวข้อเมล์เขาก็ต้องอ่าน ดังนั้นโปรดใช้ความครีเอทในการคิดหัวข้อด้วย นอกจากชัดเจนแล้วต้องสั้น ให้อ่านจบในบรรทัดเดียวด้วย เช่น 3 คำถามสำหรับโครงการที่สีลม, สรุป 7 ข้อเรื่องผลประกอบการ เห็นได้ชัดว่าการใช้ตัวเลขน้อยๆ ช่วยได้มาก เพราะจะทำให้เขาเห็นว่าสามารถอ่านเนื้อหาจบได้ภายในเวลาสั้นๆ

?2. เตือนความจำ

ไม่ว่าจะเป็น MD, CEO ทุกคนล้วนยุ่งกันหมด วันๆ พบปะกับคนเป็นร้อยๆ ดังนั้นในเนื้อหาอีเมล์ บรรทัดแรก ให้เขียนอ้างอิงที่มาก่อนที่จะเป็นอีกเมล์นี้ รวมถึงวัน เวลา สถานที่ที่คุณเคยพบเขา เช่น ดิฉันเป็นทีมงานฝ่ายการตลาดของบริษัท….มีโอกาสพบท่านที่งานประชุมประจำปี (พบกันที่ช่วงพักเบรกหน้าห้องประชุม) โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ วันที่ 11 สิงหาฯ 2555 โดยได้ฟังบรรยายเกี่ยวกับการลดคอร์สการปฏิบัติงาน ซึ่งน่าสนใจมาก จึงอยากขอเรียนปรึกษาว่า……

?3. รวบรัดเนื้อหา ใช้คำให้พอดี

ให้มั่นใจว่าวัตถุประสงค์ที่ส่งเมล์หาเขาคืออะไร ให้ระบุไปให้ชัดเจน หากมีหลายข้อ ให้เขียนข้อ 1,2,3 ดีที่สุด คือ สั้นที่สุด รวมถึงต้องระบุความต้องการให้ชัดเจนด้วย เช่น หากต้องการนัดประชุม ให้บอกวันที่ เวลา สถานที่ลงไปเลย (รวมถึงเวลาในการประชุมด้วย) เพื่อหวังให้เขาพิมพ์ตอบได้แล้วที่สุดจากสมาร์ทโฟนที่เขาใช้อยู่นั่นเอง

นอกจากนี้แล้วก็อย่าลืมคลิกดูอีกหลายบทความที่เกี่ยวกับการติดตามงานที่น่าสนใจเช่นเดียวกันค่ะ

ประสานงานแบบไหนที่เขาเรียกว่ามืออาชีพ

ส่งไฟล์ใหญ่ๆ ผ่านเมล์ได้ง่ายๆ

Dropbox เก็บไฟล์ออนไลน์กับแฮนดี้ไดรฟ์ล่องหน

Read More

ทำอย่างไรให้แขกมาเยี่ยมบริษัทประทับใจแบบไม่รู้ลืม

Posted by on Oct 13, 2012 in เคล็ดลับการทำงาน | 0 comments

องค์กรใหญ่ๆ แผนกพีอาร์ต้องทำงานสำคัญหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานแถลงข่าว การจัดงานอีเว้นท์ รวมไปถึงการรับแขกคนสำคัญที่จะเดินทางมาเยี่ยมองค์กรจากที่ต่างๆ ของในและต่างประเทศ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ ?ประสบการณ์? ของการมาเยี่ยมชมบริษัทในครั้งนี้น่าจดจำและประทับใจแขกคนนั้นไปอีกนาน นี่คือเคล็ดลับบางส่วนที่อยากจะแชร์ให้พีอาร์สาวคนเก่งได้รับทราบค่ะ

เตรียมพร้อมเบื้องต้น

นอกเหนือจากการจัดหารถมารับจากสนามบิน หรือสถานที่รับ-ส่งต่างๆ และการจองโรงแรมแล้ว การหาอาหารอร่อยๆ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำไว้ต้อนรับก็เป็นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ได้ดียิ่งขึ้น เพราะเมื่ออาหารอร่อย ถูกปาก แขกก็สนุก และผ่อนคลาย จากนั้นจะคุยเรื่องใดๆ ยาวๆ หน่อยก็ไม่เป็นไร และนี่ถึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายธุรกิจดีลได้สำเร็จบนโต๊ะอาหารนั่นเอง (โดยเฉพาะกับแขกที่เป็นชาวจีน)

?หาของขวัญเซอร์ไพรส์

หากคุณมีของที่ระลึกของบริษัทที่จัดเป็นหีบห่อสวยงามแล้ว การแวะนำเข้าไปให้ที่ห้อง พร้อมกับเขียนโน้ตต้อนรับด้วยลายมือตัวเอง ก็จะยิ่งสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแขกได้เป็นอย่่างนี้ ซึ่งระหว่างนี้การแนบโบร์ชัวร์สินค้าและประวัติบริษัทไปด้วยก็จะไม่ดูเคอะเขิน ทั้งยังมีส่วนสำคัญที่จะทำให้แขกเรียนรู้เกี่ยวกับองค์กรของเราระหว่างที่พักผ่อนในโรงแรมได้อีกด้วย

?พนักงานร่วมต้อนรับ

แขกคนสำคัญ ชอบที่จะรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ ดังนั้นการที่ทำให้แขกคนนั้นดูสำคัญที่สุดมีไม่ยาก เพียงแค่แจ้งข่าวว่าจะมีแขกคนนี้มา พร้อมกับโชว์ภาพและประวัติสั้นๆ ของเขา เพื่อเวลาที่เขามาถึง หากพนักงานคนไหนพบเขา ให้ทักทายด้วยเรียกชื่อ แขกคนนั้นต้องประหลาดใจและตื่นตันเมื่อรู้ว่าใครๆ ก็รู้จักเขา แสดงว่าเขาสำคัญจริงๆ ในบริษัทนี้

เตรียมป้ายคล้องคอพิเศษต้อนรับ

เมื่อเราเดินไปต้อนรับแขกคนพิเศษด้วยตัวเอง การที่ต้องให้เขาแลกบัตรประชาชนตัวเองก่อนเข้าออฟฟิศเหมือนคนอื่นๆ เป็นสิ่งที่ควรละเลิก เพราะแขกคนนั้นมาพร้อมกับคุณ เขาเป็นเสมือนหนึ่งในพนักงานของบริษัทนี้ ดังนั้นแทนที่จะเป็นการแลกบัตร คุณก็ทำบัตรพนักงานเฉพาะกิจ พร้อมรูปและชื่อที่สะกดถูกต้องให้เขาทันที โดยจบงานเขาสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมาเยี่ยมบริษัทนี้ (เพราะเห็นโลโก้บริษัทติดหรา) และได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตรเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร

แนะนำแขกให้อลังการเข้าไว้

การแนะนำแขกถึงประวัติที่ผ่านมาของเขาต่อที่ประชุมด้วยถ้อยคำสวยหรู (ที่ถึงแม้จะดูโอเวอร์ไปบ้าง) แต่ก็จะทำให้เขาประทับใจ และทำให้ผู้ฟังสนใจอยากจะที่รู้จักแขกคนเก่งคนนี้มากยิ่งขึ้นด้วย และหากแขกคนนั้นสำคัญจริงๆ ก็อย่าลืมพาไปพบกับคนสำคัญในบริษัทคุณด้วย ไม่ว่าจะเป็น CEO, MD เป็นต้น

ขากลับเตรียมของฝากติดมือ

ของฝากติดมือนั้นเป็นไปได้ทั้งของที่ระลึกของบริษัทที่เขียนระบุถึงการมาเยี่ยมชมของเขาอย่างชัดเจน หรือจะเป็นของฝากประจำท้องถิ่นของเรา แต่มีการติดโลโก้หรือห่อพร้อมติดโลโก้บริษัท ทั้งการ์ดเขียนด้วยลายมือแสดงความขอบคุณ พร้อมห่อน้ำหรือขนมขบเคี้ยวไว้ทานระหว่างทาง ก็จะยิ่งทำให้เขาประทับใจและมีความสุขกับการมาเยี่ยมชมออฟฟิศมากยิ่งขึ้น

การเตรียมพร้อมทั้งหมดนี้ เชื่อว่าไม่ว่าแขกคนนั้นจะเป็นระดับใดๆ ก็ย่อมประทับใจการต้อนรับที่สุดแสนจะอบอุ่นของคุณอย่างแน่นอนค่ะ

Read More

ทำอย่างไรให้คุณเป็นคนที่ใครๆ ก็รักในออฟฟิศ

Posted by on Sep 30, 2012 in เคล็ดลับการทำงาน | 0 comments

 

เมื่อเข้าที่ทำงานใหม่ ถึงแม้คุณจะไม่ใช่เด็กจบใหม่ แต่มันก็ต้องมีอะไรที่เกร็งๆ กันบ้าง ดังนั้นภารกิจแรกที่คุณต้องทำนอกเหนือจากงานก็คือ การทำให้ใครๆ ก็หลงรักคุณ ลองมาดูหลากหลายเทคนิค ทำง่าย และได้ผลจริงกันเลยค่ะ

*? เป็นตัวของตัวเอง

ใครๆ ก็คิดเสมอว่าไม่ว่าหากเพื่อนร่วมงานได้กลายมาเป็นเพื่อนในชีวิตจริงก็ยิ่งดี ถ้าคุณเองก็ต้องการแบบนั้น ก็ต้องทำวิธีเดียวกับที่คุณได้มิตรแท้มาก่อนหน้านี้ โดยเริ่มจากการเป็นตัวของตัวเอง ไม่แอ๊บ (เช่น จริงๆ เป็นคนพูดจาตลกมาก แต่เกรงว่าคนอื่นจะไม่ชอบเลยเก็บเงียบๆ) และเปิดเผยเรื่องที่คนอื่นควรรู้เกี่ยวกับตัวคุณเอง (และคุณเองก็อยากเปิดเผย) เช่น ประวัติการเรียนเป็นศิษย์เก่าที่ไหนบ้าง? ผ่านงานที่ไหนมาบ้าง? ตอนนี้มีแฟนไหม เค้าทำงานอะไร งานอดิเรกคืออะไร ดาราคนไหนที่ชอบ

เพราะอย่างลืมว่าการทำงานกับเพื่อนยังไงก็สนุกกว่าการทำงานกับคนแปลกหน้าจริงไหมคะ ดังนั้น เราต้องรีบลดช่องว่างระหว่างเพื่อนร่วมงานออกไปให้หมดจะดีที่สุด

* รู้จักทัก และรู้จักถาม?

คน friendly ใครๆ ก็ชอบ คุณเองก็สามารถเป็นได้ เพียงแค่เริ่มต้นที่จะทักทายคนอื่นก่อน ทุกครั้งที่มาถึงออฟฟิศยิ้ม และพูดสวัสดีกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่มาถึงก่อน ก็เป็นทั้งมารยาทที่ดีและช่วยให้การเริ่มต้นการทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่นด้วย นอกจากนี้การรู้จักถามกับคนที่ดูเงียบๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้คนอื่นเห็นชัดว่าคุณนั้นเป็นมิตรจริงๆ เพราะคนที่ดูเงียบๆ ก็ยังยอมคบและพูดคุยกับคุณฉันท์มิตร และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การสอบถามประวัติ ปัญหา หรือข้อมูลเบสิกใดๆ เกี่ยวกับออฟฟิศนี้ กับคนที่อยู่มาก่อน ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสานสัมพันธ์ระหว่างคุณและเขา เพราะใครๆ ก็ชอบที่จะเล่าตำนานชีวิตของตัวเองให้คนอื่นฟัง

* อาสาสมัคร

การทำงานเพิ่มโดยไม่หวังผลตอบแทนก็จะทำให้คนอื่นเห็นว่าคุณเป็นคนที่น่ารักใช้ได้ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานจริงๆ เช่น ตอนสิ้นเดือนแผนกบุคคลจะยุ่งมาก คุณก็อาจจะสอบถามได้ว่ามีส่วนไหนที่คุณช่วยได้บ้าง (แน่นอนว่าไม่มีใครอยากรบกวนคนอื่น แต่ถ้ามันเป็นช่วงที่ยุ่งสุด และได้คนใจดีมาช่วย เชื่อว่าเขาจะจดจำความน่ารักของคุณไปอีกนาน) นอกจากนี้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ควรมองข้าม เช่น หากลงไปซื้อของใต้ตึก ก็ควรถามว่าใครต้องการอะไรบ้าง หากมีงานปาร์ตี้ในออฟฟิศ หน้าที่ใดบ้างที่คุณทำได้ ก็ควรเสนอตัวเข้าไป วิธีนี้จะช่วยผูกมิตรกับรุ่นพี่ๆ ได้เร็วขึ้น

?* รู้จักให้

เทคนิคนี้เจ๋งอย่างไม่น่าเชื่อ แค่เพียงคุณมีถาดใส่ท็อฟฟี่ไว้ที่โต๊ะ เชื่อเถอะว่าต้องมีทั้งพี่ๆ และน้องๆ แวะเวียนเข้ามาคุยพร้อมจิบขนมอร่อยๆ ไปด้วย ซึ่งก็เป็นโอกาสดีที่คุณจะเริ่มต้นสนทนากับใครๆ ในแต่ละวัน

* ทำวันพิเศษให้ยิ่งพิเศษ

เมื่อถึงวันเกิดใครๆ ในออฟฟิศ การส่งอีการ์ด (หรือการ์ดจริงๆ) แผ่นเล็กๆ ก็ล้วนสร้างความประทับใจให้ผู้รับทั้งนั้น และในทางตรงกันข้าม วันเกิดของคุณเอง ก็สามารถที่จะซื้่อขนมมาเลี้ยงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ออฟฟิศได้ วิธีนี้เชื่อว่าปีหน้าหลายๆ คนต้องจำวันเกิดคุณได้ และจะได้รับคำอวยพรดีๆ อย่างมากมายแน่นอน

Be Nice ไม่ใช่แค่ยี่ห้อครีมอาบน้ำ แต่เป็นการทำให้คุณเป็นที่จดจำในจิตใจของใครหลายๆ คน ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ ได้ผลอย่างไรอย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้าง…

Read More